บ้านควรจะเป็นที่ที่เรา สามารถปลดเปลื้องความเหนื่อย ความอ่อนล้า ความน่าเบื่อจากการทำงาน ความวุ่นวายจากโลกภายนอก

แสดงความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ อยากทำอะไรก็ได้สามารถทำได้ อยากกินอะไรก็ได้กิน ทำทุกอย่างได้ตามใจ ซึ่งเป็นภาพที่หลายๆคนคิดวาดฝันเอาไว้

แต่สำหรับการจะเป็นสุดยอดบุคคลตัวอย่างนั้นมันมีอะไรที่ซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะการที่ต้องแลกมาในสิ่งที่เรียกว่า “บ้าน” นั้นจะต้องกลายเป็นสิ่งที่สร้างความทรมาน เพิ่มความเหนื่อยล้า เกินกว่าหลายคนคาดคิดเอาไว้ นี่คือเรื่องในบ้านของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นักเตะที่มีผลงานที่ดีที่สุดในโลกได้เลือกจะลงทุนกับความทรมานแม้อยู่ในสถานที่ที่ควรได้รับการพักผ่อน เพื่อแลกกับบางสิ่งที่กำลังจะมาถึงในเร็ววัน

vxbet365

สามารถติดตามเรื่องราวของเขาได้ที่นี่

ทัศนคติของเด็กน้อยอายุเพียง 11 ขวบ ที่ยังคงอยู่ปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ นักฟุตบอลอาชีพ คืออาชีพที่มีค่าตอบแทนสูงลิบลิ่วในแบบที่มนุษย์เงินเดือนได้แต่ฝันถึง จนทำให้หลายๆครั้ง เมื่อเรามองไปยังนักเตะอาชีพสักคน เราก็ได้แต่แอบคิดในใจว่า “ฝีมือไม่ได้ดี แต่ทำไมเงินเดือนพวกนี้ถึงได้เยอะนัก”
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นอาจเป็นเพราะเราไม่ได้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังในสิ่งที่พวกเขาทำ เพราะนักฟุตบอลจะปรากฎตัวและทำงานของเขาให้พวกเราดูก็ต่อเมื่ออยู่ในการแข่งขันเท่านั้น บางเกมพวกเขาเล่นไม่ได้เรื่อง บางเกมฟอร์มแย่ และสร้างข้อผิดพลาดมากมายจนทำให้แฟนบอลอดสงสัยในความสามารถของพวกเขาไม่ได้

ถึงแม้มันจะดูไม่ยุติธรรมนักที่จะตัดสินใครบางคนในเวลาแค่ 90 นาที แต่นี่คือหนึ่งในหน้าที่ของนักเตะอาชีพ พวกเขาต้องรับผิดชอบกับผลงานที่เกิด พร้อมยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์หลังจากจบการแข่งขัน โดยที่ไม่สามารถตอบโต้กลับด้วยคำพูดได้เลยแม้แต่น้อย ต่อให้พวกเขาคิดจะโต้ตอบมันก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไรเลย เพราะการเอาชนะแฟนบอลด้วยการต่อล้อต่อเถียง มันไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น

มาถึงในจุดที่ยากที่สุด สิ่งที่เป็นตัวสะท้อนกลับคำวิพากษ์วิจารณ์ได้ดีที่สุด คือ “พัฒนาการ” นักเตะอาชีพต้องแสดงสิ่งนี้ให้แฟนๆ ได้เห็น ในวันหนึ่งถ้าพวกเขาพยายามมากพอ เสียงวิจารณ์เหล่านั้นก็จะหายไปเองหากจะบอกว่านักเตะคนไหนคือคนที่ทำให้เห็นภาพของความรับผิดชอบและการพัฒนาตัวเองได้ดีที่สุด แน่นอนว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือหนึ่งในนั้น

ทุกวันนี้ โรนัลโด้ เปรียบได้กับตัวแทนของนักเตะที่มีความพยายาม มุมานะ และกระหายความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งบนโลกใบนี้ แต่หากมองย้อนกลับไป ทุกคนก็คงรู้ดีว่าเขาเคยเป็นที่แฟนๆไม่พอใจในผลงานมาก่อน เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันเริ่มตั้งแต่ที่เขายังเป็นเด็กชายวัย 11 ปีชาวโปรตุเกส และลงเล่นในเกมขำๆ สำหรับเด็กท้องถิ่นอยู่เลยด้วยซ้ำ

“ย้อนกลับไปตอนอายุ 11 ปี ผมจำได้แม่นยำ ผมได้ยินเด็กสองคนคุยกันและบอกว่า ทักษะของผมยอดเยี่ยมในระดับปีศาจ ตอนนั้นผมฟังมันและปลื้มมาก” โรนัลโด้ บอกกับ The Players’ Tribune

ทุกคนรู้ว่าเขาเก่งมาก หากมองในแง่ทักษะต่างๆ ไม่มีเด็กรุ่นเดียวกันคนไหนจับเขาได้ และความจริงเขาน่าจะพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ จนกระทั่งเขาได้ยินว่าตัวเองเป็นคนที่มีจุดอ่อน และถูกทำนายว่าจะเป็นได้แค่ “เด็กเก่ง” แต่เมื่อโตขึ้นจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่ในเกมที่ไม่จำกัดอายุ เขาจะเอาตัวไม่รอด เพราะรูปร่างของเขานั้นเล็กเกินไป

“มีแต่คนพูดแบบเด็กสองคนนั้นตลอดเวลา แม้แต่โค้ชในทีมก็พูดแบบนั้นกับผม แต่ครั้งหนึ่งผมได้ยินพวกเขาพูดในสิ่งที่ต่างออกไป และจากนั้นก็ได้ยินมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นคำพูดที่บอกว่า ‘ใช่เขาเก่งจริงๆนั่นแหละ แต่โชคร้ายที่รูปร่างของเขาเล็กเกินกว่าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้'” และประโยคเหล่านั้นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งทีเด็กคนอื่นๆ ไม่ทำ

ในช่วงวัยเด็กนั้นฟุตบอลควรจะเป็นกีฬาที่ทำให้เกิดความสุขและความสนุก แต่โรนัลโด้ส่ายหัวกับความคิดนั้น คำปรามาสยังคงฝังอยู่ในใจ แต่เขาก็ใจกว้างพอที่จะเปิดใจสำรวจตัวเองว่ามันเป็นเรื่องจริง เขารูปร่างเล็กอย่างที่ทุกคนเคยคนบอก วิธีแก้เดียวคือเขาต้องทำให้ตัวเองมีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น

“ทุกอย่างที่หลายๆคนพูดถึงผมคือเรื่องจริง ผมตัวผอม ไม่มีกล้ามเนื้อเลย ตั้งแต่วันนั้นผมตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองใหม่ เด็กหนุ่มวัย 11 ปี ผมรู้ดีว่าผมเป็นเด็กที่เก่งมาก แต่ผมก็อยากจะพยายามให้หนักมากกว่าคนอื่นๆ ผมเลยหยุดเล่นสนุกเหมือนเด็กทั่วไป หยุดทำตัวเหมือนเด็กๆ และตั้งใจว่าจะทุ่มเทฝึกทุกด้านจนผมกลายเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก” โรนัลโด้ กล่าว

นั่นคือทัศนคติของเด็กวัย 11 ขวบ ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง และที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นก็คือเด็กคนนี้ไม่ได้พูดเล่นๆ ความกระหายของเขาคือของจริง ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาคิดอยู่เสมอว่าจะต้องกลายเป็นที่ยอมรับของทุกคนให้ได้ โรนัลโด้ เริ่มต้นฝึกจริงจัง เล่นจริงจัง ใส่เต็ม 100% ทุกครั้ง จนถึงขนาดที่ว่าตอนที่เขาลงเล่นในเกมระดับอายุไม่เกิน 17 ปี โดโลเรสคุณแม่ของเขาไม่กล้ามาดู โรนัลโด้ ลงแข่งเพราะเธอกลัวว่าลูกชายจะเจ็บหรือตายไปจริงๆ แม่ของโรนัลโด้เครียดมากจนต้องกินยาระงับประสาทเลยทีเดียว

“ผมเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันมาจากไหน แต่มันดังก้องอยู่ในหัวใจของผมอยู่ตลอดเวลา มันเหมือนกับความหิวกระหายที่กินเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม ทุกครั้งที่ผมลงเล่นและแพ้ผมจะกระหายมากขึ้นอีก และถ้าชนะผมก็อยากจะชนะให้มากกว่าเดิม นั่นคือสิ่งที่เดียวที่ผมอธิบายถึงตัวเองได้”

บ้านแห่งความทรมาน

“ผมเริ่มแอบออกจากหอพักตอนกลางคืน เพื่อไปออกกำลังกายเพิ่มให้ร่างกายของผมใหญ่ขึ้น” ไม่มีความลับใดที่ทำให้เขายอดเยี่ยมได้อย่างทุกวันนี้ นอกจากทัศนคติของเขาเอง

ในช่วงที่เขาเป็นนักเตะเยาวชนของ “สปอร์ติ้ง ลิสบอน” โรนัลโด้ได้ฝึกฝนร่างกายในแบบที่เขาบอกเป็นประจำ ถึงแม้มันจะดีต่อตัวเขา แต่มันก็ยังไม่สุด ด้วยเหตุผลที่ว่าห้องฟิตเนสของสโมสรมีเวลา เปิด-ปิด วันไหนที่เขาออกจากหอพักช้าเขาจะหมดสิทธิ์ใช้โรงยิมไปโดยปริยาย ดังนั้นเมื่อถึงวันหนึ่งที่เขามีบ้านเป็นของตัวเอง บ้านต้องมีขนาดใหญ่มากพอจะใส่อุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆ เข้าไป ดังนั้นเขาจึงเนรมิตอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ราวกับเป็นการระบายความเก็บกดในวัยเด็ก ที่หาเวลาออกกำลังกายแบบตามใจได้น้อยกว่าความต้องการของตัวเอง

เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อ โรนัลโด้ ย้ายมาอยู่กับทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เขาก็กลายเป็นนักเตะที่มีรายรับเพิ่มขึ้น และเรื่องนี้มันกลับไปคล้ายเรื่องในวัย 11 ขวบ เพราะการเริ่มต้นกับฟุตบอลอังกฤษนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก ร่างกายที่เขาคิดว่า “แข็งแกร่ง” สำหรับเล่นในโปรตุเกส แต่กลับยังไม่พอเมื่อมาเล่นในอังกฤษ เรื่องนี้ทางสโมสรก็รู้ดีและจับ โรนัลโด้ เข้ายิมสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ โรนัลโด้ เชื่อว่า “ยังได้เพิ่มอีก” เมื่อซ้อมกับทีมเสร็จและแยกย้ายกลับบ้าน เขาเลือกที่จะฝึกเองเพิ่มเติมที่บ้าน บ้านหลังที่เขาใส่อุปกรณ์ฟิตเนสครบเซ็ต นอกจากนี้ยังมีทั้งสระว่ายน้ำ, อ่างจากุชชี่ที่ปรับอุณหภูมิน้ำได้ตามต้องการ และห้องซาวน่าสำหรับผ่อนคลาย ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่มีไว้เพื่อโก้ๆ ให้ดูเป็นบ้านสตาร์นักเตะ แต่มันคือสิ่งของที่เขาใช้ทำกิจกรรมเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองทั้งนั้น

บ้านหลังนี้เป็นเหมือนกับบ้านของปีศาจ ซึ่งแม้แต่เพื่อนร่วมทีมอย่าง ปาทริซ เอฟร่า ยังเคยเล่าถึงการไปเยือนบ้านของ โรนัลโด้ ว่าคือฝันร้ายอย่างแท้จริง เพราะ โรนัลโด้ จ้องจะฝึกเพิ่มเติมตลอดเวลา ซึ่งแม้จะมีนักเตะหลายคนที่ทำแบบนั้น แต่ เอฟร่า ยืนยันว่ากิจกรรมยามอยู่กับบ้านของ โรนัลโด้ เหมือนไม่ใช่คน แต่เป็นเหมือนกับเครื่องจักรที่ไม่เคยหยุดฝึกซ้อมเลย

การจะนอนให้ได้ประสิทธิภาพ จำเป็นจะต้องมีรายละเอียดที่เคร่งครัดมาก เช่น การทำที่นอนให้นุ่มพอดีกับน้ำหนักตัว ใช้ผ้าปูที่สะอาดและเปลี่ยนใหม่ตลอด ที่นอนต้องได้ระดับความสูงมากกว่า 10 เซนติเมตรขึ้นไป และสิ่งที่สำคัญที่สุดและยากที่สุดในยุคนี้คือ “การตัดขาด” จากโทรศัพท์มือถือ และ โทรทัศน์ ออกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ตอนที่อยู่บนเตียงเท่านั้น แต่จะต้องตัดขาดการสื่อสารเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อทำให้สมองโล่งและพร้อมที่จะพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบมากที่สุด

ฝึกก็เต็มที่ นอนก็เต็มที่ แน่นอนว่าเรื่องอาหารการกินก็ต้องเต็มที่เช่นกัน ส่วนนี้เราคงไม่ต้องอธิบายกันเยอะ เอาเป็นว่าโรนัลโด้กินทุกอย่างที่มีประโยชน์และเหมาะกับสรีระของเขา ปลาเนื้อขาว, เนื้ออกไก่, โยเกิร์ตไขมันต่ำ, อะโวคาโด้, ชีส, แฮม และ ขนมปังปิ้ง อะไรประมาณนี้ แต่ทุกอย่างถูกคำนวนอย่างเหมาะสมว่า เมื่อไหร่จะกินได้เท่าไหร่ ซึ่งโรนัลโด้แก้ปัญหาเรื่องการคิดคำนวนด้วยการจ้างนักโภชนาการส่วนตัวไว้เรียบร้อย ดังนั้นทุกมื้อของโรนัลโด้ ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ไหน ก็ล้วนแต่เป็นมื้ออาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสมเสมอ
“กินเป็นประจำ” โรนัลโด้ กล่าว “เมื่อคุณฝึกหนัก คุณก็ต้องเติมพลังงานเข้าไปให้ร่างกายมีประสิทธิภาพ บางครั้งผมกินอาหารมื้อเล็กๆ วันละ 6 มื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานที่ได้มันเพียงพอต่อการทำงานของร่างกายผมแต่ละครั้ง”

ทั้งหมดนี้เริ่มขึ้นในบ้านของเขาทั้งนั้น นี่คือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ เพราะเราทุกคนต่างก็เชื่อว่า “บ้าน” คือที่ที่ทำให้เราแสดงความเป็นตัวเองได้มากที่สุด เราสามารถกินอาหารแบบตะกละตะกลาม นอนกรนดังสนั่น ยกสำรับข้าวขึ้นมากินบนห้องนอน เปิดโทรทัศน์ดังไปสามบ้านแปดบ้าน หรืออะไรก็ตามแต่ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครว่า ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครไม่รักความสบาย และชอบความผ่อนคลายทั้งนั้น

แต่โรนัลโด้ กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาไม่เคยมีช่องว่างให้กับการพักผ่อน เข้มงวดกับตัวเองตลอดไม่ว่าจะทำอะไร แม้จะอยู่ในบ้านที่ไม่มีใครเห็นว่าเขาทำอะไร แต่โรนัลโด้ไม่เคยโกหกตัวเอง เขายังทำเรื่องน่าเบื่อ (ในสายตาคนทั่วไป) ซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นเป็นสิบปี ซึ่งคำตอบก็ชัดเจนดีว่าเขาได้อะไรกลับมา ในวัย 35 ปี โรนัลโด้ ยังเล่นฟุตบอลได้แข็งแกร่ง ปราดเปรียว เหมือนกับเด็กอายุ 20 ปี แบบแรงไม่ตกเลยแม้แต่น้อย

“จงมีระเบียบวินัย รักษาแรงจูงใจที่มีเอาไว้ตลอดเวลา และอย่าหย่อนยานกับกิจวัตรประจำวันที่คุณต้องทำ สำหรับผมผมไม่เคยเหลาะแหละ ผมพยายามบังคับตัวเองให้เข้มงวดตลอดเวลา” โรนัลโด้ กล่าว

บ้านสร้างความสุข

แม้หลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า โรนัลโด้ คือเครื่องจักรที่ไร้หัวใจไปเสียแล้ว ทุกอย่างที่เขาทำในบ้านของตัวเองคือการทรมานตัวเองเพื่อแลกกับความสำเร็จในอาชีพ แล้วแบบนี้จะมีความสุขที่แท้จริงได้หรือ
คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับว่าความสุขของแต่ละคนนั้นมีความหมายว่าอย่างไร” โรนัลโด้เองมีความสุขกับชีวิตที่มีวินัยแบบนี้ เขามีเงินทองมากมายพอที่จะทำอะไรก็ได้ ซื้ออาหารที่อร่อยแค่ไหนก็ได้ ซื้อเครื่องดื่มเกรดดี จัดปาร์ตี้ในบ้านราวกับเป็นงานคาร์นิวาลก็ยังไหว แต่โรนัลโด้ เลือกที่จะไม่ทำอย่างนั้น เพราะเขาเชื่อว่าความสุขที่แท้จริงคือสิ่งเล็กๆ รอบตัวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ได้อยู่กับคนที่รัก ได้ผ่อนคลายในเวลาที่ร่างกายและจิตใจต้องการมัน แค่นี้ก็มากพอ

“การฝึกฝนอย่างหนักและการฟิตร่างกายคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่การใช้ชีวิตในแง่มุมของความผ่อนคลายจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ยอดเยี่ยม เพราะนั่นเท่ากับว่าคุณเป็นคนที่แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ผมใช้เวลาว่างกับครอบครัว เพื่อนฝูง กับคนที่ผมรัก และนั่นก็มากพอแล้วที่ทำให้ผมมีความสุขกับสิ่งนั้นและมันช่วยสร้างทัศนคติที่ดีได้”

ทุกวันนี้ โรนัลโด้ มีภรรยาที่น่ารัก มีลูกๆอีก 4 คน กิจกรรมที่ โรนัลโด้ แชร์บนโซเชี่ยลมีเดียของเขาทุกวันนี้ล้วนมีแต่เรื่องราวของครอบครัวเสมอ เช่นการเข้าโรงยิม (ในบ้าน) พร้อมกับลูกชายคนโต “คริสเตียโน่ จูเนียร์” การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่นเต้นแอโรบิคพร้อมกับภรรยา หรือแม้กระทั่งการนอนดูโทรทัศน์ในอิริยาบถสบายๆ แต่ก็ยังไม่วายมีกิมมิคเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพซ่อนอยู่เพราะระหว่างที่เขาดูนั้นภรรยาของเขาก็ใช้เครื่องนวดกล้ามเนื้อต้นขาให้ ทุกสิ่งที่เขาเปิดเผยให้โลกได้รับรู้ตอนนี้คือการมีครอบครัวที่อบอุ่น ทำให้เขามีชีวิตที่ดีขนาดไหน และเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงอยู่บนจุดสูงสุดในอาชีพได้แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วก็ตาม
แม้ทุกคนภายนอกจะมองว่าบ้านสำหรับ คริสเตียโน่ คือ “บ้านสร้างปีศาจ” ที่ไม่ต่างอะไรกับสถานที่ทำงาน แต่ทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนมีราคาที่ต้องแลกมา โรนัลโด้ ยอมใช้ความมุ่งมั่น ความมุมานะพยายาม ความเหนื่อยล้า เข้าแลกกับความยากลำบากเหล่านี้ จนทำให้เขาได้อีกสิ่งหนึ่งกลับมา ซึ่งนั่นก็คือ บ้านที่มอบความรัก ความอบอุ่น และความปลอดภัย บ้านที่ทุกคนในบ้านกินอิ่มนอนหลับ และมีชีวิตที่หลายคนได้แต่เฝ้าฝันถึงและในวันที่ โรนัลโด้ เลิกเล่นฟุตบอล เขาก็จะได้คำตอบว่าสิ่งที่แลกไปนั้นคุ้มขนาดไหน เขาจะถูกกล่าวขานเป็นตำนานโลกลูกหนังแบบไม่รู้จบ และมันจะเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กับครอบครัวที่มีความสุขอีกด้วย

อ่านต่อได้ที่ bluemassmed.net

มองหาเว็บคาสิโนที่ดีที่สุด ต้องที่ VXCASINO ได้เงินชัวร์

*ฝากถอนไวที่สุด *ราคาดีที่สุด *บริการดีที่สุด *คนเล่นเยอะที่สุด

สมัครวันนี้รับสิทธิ์พิเศษมากมาย vxBet365 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง