Categories
ข่าว

“เชนจ์” ที่มากกว่า “ไมเนอร์เชนจ์” เช่นเดียวกับจอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

“เชนจ์” ที่มากกว่า “ไมเนอร์เชนจ์”

มีทั้งเรื่องที่ดูดีขึ้นและเรื่องที่ยังเป็นคำถามสำหรับลิเวอร์พูลประเด็น ติอาโก้ อัลกันตาร่า เดอะค็อปก็ยังติดตามอยู่ว่าจะลงเอยอย่างไร เช่นเดียวกับเรื่องของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

แม้ทิศทางจากบาร์เซโลน่าจะซาลงไปแล้วด้วยแต่สัญญาที่เหลืออีกเพียงปีเดียวนั้นทำให้อาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ข้อดีของการเก็บไวจ์นัลดุมเอาไว้คือทีมไม่เสียนักเตะระดับตัวจริงออกไปในฤดูกาลป้องกันแชมป์ มิดฟิลด์ดัตช์ตอบสนองความต้องการทางแท็คติกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ข้อเสียคือเมื่อจบฤดูกาลก็ต้องเสียเขาไปแบบฟรีๆ โอกาสเรื่องสัญญาฉบับใหม่ระหว่างนั้นคงเกิดขึ้นยากเพราะถ้ามันไม่ยากก็คงเคาะโต๊ะตกลงกันได้ไปนานแล้ว

ขณะที่ข้อดีของการปล่อยไวจ์นัลดุมในตอนนี้ก็คือทีมได้เงินค่าตัวแน่ๆ อย่างน้อยก็ต้องระดับ 20 ล้านปอนด์ แต่ข้อเสียก็แน่ๆ เช่นกันคือทีมจะต้องเสียนักเตะระดับตัวจริงที่เล่นได้เข้ากับระบบของคล็อปป์ไปยิ่งฤดูกาลใหม่ใกล้เข้ามาก็ยิ่งเป็นข้อเสียมากขึ้นเพราะนั่นหมายความว่าเวลาในการเตรียมทีมโดยไม่มีกองกลางคนนี้กระชั้นลงไปอีกนอกจากนี้ที่ว่างที่โหว่ไปจะแก้ไขอย่างไร ใช้นักเตะเดิมที่มีอยู่หรือเติมนักเตะใหม่ในคลาสใกล้ๆ กัน และสมมติว่าได้นักเตะใหม่มาแล้วจะปรับตัวเข้ากับระบบได้ทันทีเลยไหม ถ้าไม่ต้องรอนานเท่าไหร่ แล้วความเสียหายจะเกิดขึ้นไปบ้างหรือยังในกรณีที่เปิดฤดูกาลกันไปแล้วฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่มในอีกไม่ถึงสัปดาห์แล้ว ผมเดาใจคล็อปป์ว่าคงไม่ยอมเสียไวจ์นัลดุมไปแน่ เวลามันน้อยเกินไปที่จะเตรียมทีมให้พร้อมกับฤดูกาลที่ไม่มีเขา”เชนจ์” ที่มากกว่า “ไมเนอร์เชนจ์”ทิศทางในตอนนี้เรื่องของขาออกคงจะไม่เสียไวจ์นัลดุม ทีมน่าจะใช้งานเขาไปจนแยกจากกันแบบไม่มีค่าตัว

vxbet365

ส่วนนักเตะใหม่ อันนี้ยังเดาไม่ถูกว่าหลังบ้านอันหมายถึงคล็อปป์กับทีมงานของเขาและฝ่ายบริหารมีท่าทีอย่างไร เอาหรือไม่เอาหรือมีข้อติดขัดอะไรให้ต้องเคลียร์ มีแนวทางอะไรให้ต้องคิด

ในความคิดของผม มีโอกาสสูงนะครับที่ทีมที่มีอยู่ในเวลานี้จะเป็นทีมสำหรับฤดูกาล 2020/21 แล้ว ไม่เสียเพิ่ม ไม่มีเข้ามาเพิ่มหลายคนกังวลในเรื่องนี้ ลิเวอร์พูลไม่ขยับใหญ่ในตลาดเลยจะถูกทีมอื่นแซงไหม จะป้องกันแชมป์ได้ไหม นักเตะดูหมดแรงจูงใจ การวิ่งความตั้งใจแรงมุ่งมั่นหายไป ทีมอื่นจับทางได้ตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่แล้ว ฯลฯ

มันก็สารพัดความกังวล เพราะนอกจากจะเห็นทีมไม่ซื้อใครเลยเว้นแค่ คอสตาส ซิมิกาส คนเดียว (ตลกร้ายที่ล่าสุดติดโควิด-19 อีกต่างหาก) แล้ว ยังเห็นเชลซีซื้อโครมๆ ได้ ไค ฮาแวร์ตซ์ มาสมทบ ติโม แวร์เนอร์ ฮาคีม ซิเย็ค ติอาโก้ ซิลวา เบน ชิลเวลล์ แมนฯ ซิตี้ก็ได้ เนธาน อาเก้ กับ เฟร์ราน ตอร์เรส มาเพิ่มกังวลว่าทีมชุดใหญ่ที่มีอยู่ซึ่งเล่นด้วยกันมา 2 ฤดูกาลเต็มๆ แล้วจะถูกจับทางได้ จะตื้อจะตันจะไม่มีแรงจูงใจหลังจากเป็นแชมป์ผมคิดว่ามันมีเหตุผลรองรับอยู่และเคยเขียนไปแล้วในช่วง 7 เกมสุดท้ายของฤดูกาลก่อนว่า คล็อปป์คงใช้ 7 เกมนั้นเตรียมทีมสำหรับการป้องกันแชมป์แล้ว”เชนจ์” ที่มากกว่า “ไมเนอร์เชนจ์”เพราะในขณะที่ทีมอื่นๆ ยังต้องใส่เต็มที่ เชลซีกับแมนฯ ยูไนเต็ดพักนักเตะตัวหลักไม่ได้เลยเพราะลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีกกันอยู่แถมทีมปีศาจแดงยังมีภารกิจในถ้วยยูโรปา ลีก ขณะที่แมนฯ ซิตี้ก็ยังต้องทุ่มร้อยเปอร์เซนต์ในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกหลังจบซีซั่นพรีเมียร์ลีกมันคือความได้เปรียบที่ลิเวอร์พูลมีและคล็อปป์

ก็ไม่ยอมปล่อยมันทิ้งไปเปล่าๆ เขาใช้ 7 เกมสุดท้ายนั้นทดลอง นาบี เกอิต้า มากขึ้น ได้ใช้งาน ทาคุมิ มินามิโนะ ได้ทดลองและมอบประสบการณ์ให้เด็กๆ จากทีมเยาวชนทั้ง เนโก้ วิลเลียมส์ เคอร์ติส โจนส์ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ขณะเดียวกันก็ได้พักร่างกายนักเตะตัวหลักที่กรำศึกมาทั้งฤดูกาล ได้ถอด โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ออกระหว่างเกมเกือบทุกนัด ได้พัก ซาดิโอ มาเน่ พัก โมฮาเหม็ด ซาลาห์

สนับสนุนข่าวโดย vxbet365 เว็บเดิมพันเกมที่คุณเชื่อถือได้ที่เปิดบริการมาอย่างยาวนานเป็นที่ไว้วางใจของนักพนันหน้าใหม่และเก่าเป็นอย่างดีพร้อมติดตามข่าวสดใหม่ทุกวันของวงการกีฬาได้ที่ bluemassmed.net ข่าวอัพเดทใหม่ทุกวันไม่มีตกเทรนแน่นอน 100%